LOADING...

libora@gmail.com

Tel: 084 158 9823

ประวัติศาสตร์ “เสื้อฮาวาย”

เสื้อฮาวาย (Hawaiian Shirt) เสื้ออโลฮา (Aloha Shirt) หรือที่ชาวไทยชอบเรียกกันว่าเสื้อสงกรานต์นั้น จริงๆ แล้วถือว่ามีประวัติศาสตร์มานานพอตัว แต่ที่แปลกก็คือไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้อย่างแน่ชัด ว่าจุดกำเนิดของเจ้าเสื้อสีสันสดใสใส่สบายนี้มาจากไหนกันแน่ เพราะเรื่องเล่าของเจ้าเสื้อตัวนี้นั้นมีหลากหลายแหล่งที่มา อย่างเช่นจากหนังสือ The Aloha Shirt: Spirit of the Islands ของเดล โฮป (Dale Hope) ก็ได้ระบุไว้ว่า จุดเริ่มต้นแรกของเสื้อฮาวายที่ดูจะเป็นไปได้มากที่สุดเกิดขึ้นในปี 1920 ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาวายคนหนึ่งได้ปรากฏตัวในชั้นเรียนพร้อมกับเสื้อเชิ้ต ที่แม่ของเขาผู้เป็นช่างตัดเสื้อตัดให้จากผ้าคอตตอนชนิดเดียวกับที่ใช้ตัดชุดกิโมโน ซึ่งมาพร้อมกับลายไม้ไผ่หรือลวดลายเรขาคณิต และเสื้อตัวนั้นก็สร้างความฮือฮาให้กับเพื่อนร่วมชั้นของเขา จนทุกคนต้องออกไปตามหามาครอบครอง

แต่ก็มีอีกเรื่องเล่าหนึ่งว่า ร้านตัดเสื้อเล็กๆ นามว่า Musa - Shiya Shoten ได้ออกประกาศโฆษณาบนหนังสือพิมพ์ว่าเขารับตัดเสื้ออโลฮา จนกระทั่งในช่วงต้นปี 1930 จอห์น แบร์รีมอร์ (John Barrymore) ดาราฮอลลีวูดชื่อดังในสมัยนั้น ก็ได้เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับสั่งให้ทำเสื้อจากผ้า Kabe Crepe ที่เป็นเรยองชนิดหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีเรื่องเล่าอีกว่า มีชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างดีจากการทำงานเกี่ยวกับแวดวงโทรทัศน์ท้องถิ่นเป็นคนแนะนำเสื้อฮาวายให้กับเหล่าบีชบอยใส่กัน ดังนั้นพวกเขาจึงหันมาใส่เสื้อฮาวายตั้งแต่การออกไปเล่นเซิร์ฟจนถึงการออกท่องราตรี และเสื้อฮาวายก็เริ่มกลายเป็นสัญลักษณ์ของการมาเดินชายหาดไวกิกิด้วยเช่นกัน

ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เหล่าทหารที่เคยประจำการบนเกาะฮาวายก็ได้เดินทางกลับประเทศไปพร้อมกับเหล่าเสื้อฮาวายที่วางขายอยู่ทั่วเมือง ในขณะเดียวกันบรรดานักท่องเที่ยวก็เริ่มหลั่งไหลไปยังเกาะฮาวายหลังจากกลายเป็นหนึ่งในรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 1959 ทำให้เสื้อฮาวายที่มีลูกผสมของความเป็นญี่ปุ่นอยู่ตั้งแต่เริ่มต้น ได้ถูกนำมาพัฒนาต่อเนื่องจนเข้าสู่กระบวนการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปโดยกลุ่มนายทุน จนทำให้เสื้อฮาวายกลายเป็นสัญลักษณ์และของฝากชั้นดีของการมาเยือนฮาวายตั้งแต่นั้นมา

นั่นคือประวัติคร่าวๆ ของเสื้อฮาวายที่เราสามารถสรุปให้ฟังกันได้แบบไม่ยืดเยื้อ เพราะหลังจากนั้นเรื่องราวของเจ้าเสื้อฮาวายก็เดินทางมาอย่างยาวนาน จนเราได้เห็นภาพจำตั้งแต่เอลวิส เพรสลีย์ในเสื้อฮาวายสีแดงจากภาพยนตร์เรื่อง Blue Hawaii เมื่อปี 1961 หรือลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ในเรื่อง Romeo + Juliet เมื่อปี 1996 ล่าสุดก็อเล็กซ์ ลอว์เทอร์ จากซีรีส์ The End of the F***ing World หรือแม้กระทั่งบนรันเวย์เองที่เสื้อฮาวายมักจะวนเวียนมาปรากฏตัวให้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่ไฮเอนด์แบรนด์ ไฮสตรีตแบรนด์ ฟาสต์แฟชั่นแบรนด์ จนถึงตลาดในบ้านเรา

ความสนุก ความสดใส คือสิ่งที่เสื้อฮาวายสามารถมอบให้กับผู้สวมใส่ได้ในทันที จึงไม่แปลกที่เสื้อซึ่งมีจุดกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1920 จะยังคงวนเวียนกลับมาให้เราได้เห็นจนถึงทุกวันนี้ และกลายเป็นหนึ่งในไอเท็มที่ชายหนุ่มเกือบทุกคนน่าจะมีติดตู้กัน นอกจากลวดลายดอกไม้หรือต้นไม้แล้ว อีกสิ่งที่เรามักจะเห็นบนเสื้อฮาวายคือเรื่องราวกิจวัตรประจำวันของชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยวเอง ที่ถูกนำมาใช้เป็นลายพิมพ์บนเสื้อ เปรียบเสมือนการถ่ายทอดศิลปะและวัฒนธรรมของชาวฮาวายได้เป็นอย่างดี

เสื้อฮาวายสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ

- เสื้อที่ทำจากผ้าเรยอน ผ้าใยสังเคราะห์ที่มีจุดเด่นตรงความเงางาม สวย และระบายอากาศได้ดี ทั้งยังใส่สบาย เนื้อผ้ามีความพลิ้วและทิ้งตัวได้ดี แต่ว่ายับง่าย เปื่อยง่าย ซึ่งการนำผ้าเรยอนมาทำเสื้อฮาวายนั้นนิยมมากในยุค 1930’s จนถึง 1950’s ที่เหมือนกับการถ่ายทอดงานศิลปะจากยุค Mid - Century ที่เน้นในเรื่องของรูปทรงเรขาคณิต และลายเส้นลงบนสิ่งทอ (Textile) นอกจากนั้นยังถูกนำมาผสมกับกลิ่นอายความเป็นเมืองชายทะเลด้วยเรื่องราวบนตัวเสื้อ รวมถึงสีสันที่เปี่ยมไปด้วยดีเทลซึ่งมาพร้อมกับคุณภาพและความคงทน ที่เสื้อฮาวายผ้าเรยอนยุคใหม่ไม่สามารถทำเลียนแบบได้ จึงเป็นที่มาว่าทำไมเสื้อฮาวายวินเทจถึงได้ราคาสูง

- เสื้อที่ทำจากผ้าไหม ผ้าไหมคือผ้าชนิดแรกๆ ที่ถูกนำมาใช้ทำเสื้อฮาวาย ก่อนจะมีการพัฒนาไปใช้ผ้าชนิดอื่นๆ แทนที่ผ้าไหมซึ่งมีราคาแพง แน่นอนว่าจุดเด่นคือความบางเบาสวมใส่สบาย สวยงาม และคงทน โดยเฉพาะเมื่อมาเจอกับการใช้สีสดและลายปรินต์ ทำให้เสื้อฮาวายที่ทำจากผ้าไหมมีความสวยงามเฉพาะตัวที่หาได้ยากในปัจจุบัน ทำให้ราคาเสื้อวินเทจสายนี้อาจจะมีราคาสูงเสียยิ่งกว่าเรยอนหลายเท่าตัว

- ผ้าใยสังเคราะห์ หลังจากเสื้อฮาวายได้เข้าสู่กระบวนการผลิตอย่างเต็มตัว ก็ทำให้เกิดการสรรหาผ้าชนิดอื่นๆ ที่จะมาช่วยลดต้นทุนของผ้าไหมซึ่งเป็นของหายาก สำหรับเสื้อฮาวายที่ทำจากผ้าใยสังเคราะห์มักจะเป็นผ้าฝ้ายสังเคราะห์ หรือผ้าโพลีเอสเตอร์ ซึ่งถือเป็นจำนวนประชากรส่วนใหญ่ของเสื้อฮาวายที่เราหาได้ในท้องตลาด

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : - https://www.gqthailand.com

จำนวนผู้อ่าน 125 คน